STEP-MARK 11
CUT 2
มาร์คใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผิวแก้มเนียนนุ่มเบา ๆ ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนโยน ขบเม้มเยลลี่รสหวานจนเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด ลมหายใจที่ถูกพรากไปหลายนาทีทำให้แบมแบมเริ่มหายใจติดขัดจนต้องเผยอริมฝีปากเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอดลึก ๆ
“ฮ..อื้อ”
มาร์คผละริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อให้น้องได้หายใจจนเต็มปอด ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้เขาใช้ปลายนิ้วดันคางเรียวลงแล้วแทรกปลายลิ้นอุ่นเข้าไปในโพรงปาก เก็บเกี่ยวความหอมหวานจากน้องชายตัวน้อยอย่างเห็นแก่ตัว
ฝ่ามือสากลูบไปตามเรียวแขนเล็กก่อนจะสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวใหญ่ที่ไม่อยากจะยอมรับว่าชอบให้น้องใส่มากที่สุด ผิวกายเนียนลื่นถูกแตะเบา ๆ ก็ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างกายลุกชัน พยายามใช้มืออันอ่อนแรงดันแขนของพี่ชายออกแต่ก็สู้แรงอารมณ์ของมาร์คไม่ได้อยู่ดี
“อ่ะ อื้อ”
มาร์คผละริมฝีปากออกจากความหอมหวานอย่างแสนเสียดาย แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปที่กรอบหน้าเรียวไล่ต่ำลงมาตามลำคอที่เงยขึ้นด้วยความรู้สึกวาบหวิวในช่องท้อง ยิ่งเมื่อไหร่ที่มาร์คกดริมฝีปากลงไปแล้วออกแรงดูดเบา ๆ ปลายนิ้วทั้งสิบก็จิกต้นแขนแกร่งจนเป็นรอยแดง
“ย..อย่าโดน ตรงนั้น ฮ่ะ”
“หื้ม ก็ตรงนั้นที่ว่ามันน่ารักดีนี่นา”
แม้จะเบี่ยงตัวหนีแต่สุดท้ายเรี่ยวแรงอันน้อยนิดก็ไม่สามารถขัดขืนพี่ชายตัวร้ายได้ มาร์คจับข้อมือเล็กทั้ง 2 ข้างยกไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวก่อนจะฝืนคำขอร้องจากน้องด้วยการแตะริมฝีปากไปที่ยอดอกสีชมพูเบา ๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองใบหน้าอ่อนหวานที่แดงซ่านทั้งยังชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ
“อ่ะ อ๊ะ”
มาร์คไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นคนที่มีความคิดชั่วร้ายแบบนี้ แต่ให้ตายเถอะ ถ้าใครได้มาเห็นสีหน้าและเสียงหวาน ๆ แบบนี้ต่อให้เก่งมาจากไหนก็ต้องทนไม่ไหวกันทั้งนั้น(ถึงแม้ว่าจริง ๆ แล้วจะไม่มีใครได้เห็นน้องในสภาพแบบนี้ก็ตาม) มาร์คต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังและใจเย็น
ในเมื่ออดทนรอมาได้ตั้ง 4 ปีแล้วอีกแค่ไม่กี่นาทีทำไมเขาจะรอไม่ได้
“ม..ไม่ อึก ไม่ไหว”
แบมแบมกลั้นเสียงร้องในลำคออย่างสุดความสามารถ แม้ว่าส่วนอ่อนไหวตรงแผงอกจะถูกรังแกโดยแทบไม่ให้หยุดพักเลย มาร์คที่เห็นว่าลมหายใจของน้องเริ่มติดขัดแล้วจึงผละริมฝีปากออกมา ยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มเนียนราวกับต้องการอ้อนน้องเพื่อผลตอบแทนสำหรับค่ำคืนนี้
“ยกตัวขึ้นหน่อยครับ”
คนตัวเล็กเม้มปากเล็กน้อยอย่างขลาดเขินแต่พอเห็นดวงตาคู่คมที่มองมามีประกายวาววับก็ทำให้สะโพกมนต้องยกขึ้นเองโดยอัตโนมัติ กางเกงชั้นในถูกรูดออกจากเรียวขาขาวแล้วปลิวไปกองอยู่ที่มุมใดสักมุม มาร์คแทรกตัวไปอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างเพื่อกันไม่ให้น้องหุบขาเข้าหากันก่อนที่ฝ่ามือจะเลื่อนไปยังต้นขาขาวแล้วเลิกปลายเสื้อเชิ้ตให้ขึ้นไปกองอยู่ตรงเอวบาง
“ปิดไฟได้ไหมจ้ะ น..น้องอาย”
เสียงหวานบอกสั่นเครืออีกทั้งใบหน้าที่แดงก่ำเหมือนลูกมะเขือเทศสุกทำให้มาร์คยอมตามใจน้อง เขาเอื้อมมือไปกดปุ่มปิดไฟทุกดวงในห้องเหลือไว้เพียงแสงไฟสีนวลจากโคมไฟบนหัวเตียงพอให้มองเห็นน้องเพียงลาง ๆ เท่านั้น เมื่อไฟดับลงแรงขัดขืนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดก็หายไปซึ่งมาร์คก็พอใจกับมันมาก ๆ
“ไม่ต้องอายแล้วนะ ในห้องนี้มีแค่พี่กับนายแค่ 2 คน”
“จ้ะ อ..อื้อ”
น้องชายตัวน้อยเชิดหน้าครางเสียงแผ่วเมื่อส่วนอ่อนไหวที่ถูกแตะต้องแทบจะนับครั้งได้ถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือหยาบ แรงขยับขึ้นลงเบา ๆ เรียกความรู้สึกวาบหวิวมากอดรวมกันที่ท้องน้อยจนต้องงอตัวเพื่อหวังจะช่วยบรรเทาอาการที่ทำให้ตัวเองต้องเปล่งเสียงแปลก ๆ ออกมา
“อ่ะ พ..พอ อึ่ก”
แบมแบมหลับตาแน่น เม้มปากจนรู้สึกชาหนึบเมื่อจังหวะในการขยับมือเร็วขึ้น อีกทั้งส่วนปลายยังรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่แตะลงมาอีก มาร์คไม่รังเกียจที่จะสัมผัสร่างกายอันแสนบริสุทธิ์นี้ เขาอยากจะตีตราจองน้องทุกพื้นที่บนร่างกายไม่เหลือว่างแม้แต่นิดเดียว
“อ๊ะ อ๊า!”
ร่างเพรียวบางสั่นระริกเมื่อความอดทนมาถึงจุดสูงสุด หยาดน้ำขาวข้นถูกปลดปล่อยออกมาจนเลอะเทอะผิวกายขาวผ่อง ดวงตากลมโตลอยคว้างทั้งยังเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาเจียนจะไหล มันเป็นความรู้สึกที่หลากหลายอย่างที่แบมแบมไม่เคยรู้สึกมาก่อน..มันดีและมันอายที่จะบอกว่าเขาชอบ
“หายใจเข้าลึก ๆ ครับ แบบนั้น”
มาร์คลูบใบหน้าหวานที่ชื้นเหงื่ออย่างอ่อนโยน ริมฝีปากพรมจูบทั่วทั้งดวงหน้าแดงระเรื่อก่อนจะจบลงที่กลีบปากนุ่มรสหวาน มาร์คใช้ความช่ำชองหลอกล่อน้องให้คล้อยตามส่วนแขนอีกข้างก็เอื้อมไปคว้าหาขวดเจลหล่อลื่นที่ซื้อไว้นานแล้ว เขาจะไม่เอาความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยการทำให้น้องเจ็บเพราะฉะนั้นเขาเลยต้องเตรียมการมาเป็นอย่างดี ทั้งกล่องถุงยางและเจลหล่อลื่นต้องพร้อม
“ไม่ต้องเกร็งนะครับ”
“น..น้องกลัว”
“พี่จะพยายามไม่ทำให้เจ็บ” มาร์คให้สัญญากับน้องได้แค่เท่านี้ เขาจะพยายามเท่าที่ตัวเองจะทำได้ นี่ก็ใช้ความอดทนมากที่สุดในชีวิตแล้วกับครั้งแรกของน้อง
เจลหล่อลื่นถูกชโลมทั่วปลายนิ้วก่อนที่มาร์คจะแยกขาทั้ง 2 ข้างของน้องออกจากกันจนเห็นช่องทางสีชมพูสด เจลเย็น ๆ ถูกป้ายตรงส่วนที่ไวต่อสัมผัสจนร่างเล็กสะดุ้งหนี แต่มาร์คก็ใช้จังหวะที่น้องเผลอตัวในการสอดปลายนิ้วเข้าไปเล็กน้อยแล้วออกแรงนวดคลึงเบา ๆ ให้ช่องทางแคบผ่อนคลาย
“อ๊ะ อื้อ”
“ไม่เจ็บใช่ไหมครับ”
ศีรษะกลมสะบัดไปมาเพราะความรู้สึกในตอนนี้มันห่างไกลจากคำว่าเจ็บ เป็นความรู้สึกหวิว ๆ ปนอึดอัดเสียมากกว่า อาการเกร็งที่มีในทีแรกเริ่มอ่อนลงอีกทั้งยอดอกทั้งสองข้างที่ถูกสัมผัสอีกจึงทำให้มาร์คสอดปลายนิ้วเข้าไปได้จนสุดโดยที่ไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากน้อง
แต่นี่มันก็แค่นิ้วหากเทียบกับสิ่งที่น้องต้องเจอจริง ๆ แล้วขนาดมันห่างไกลกันเยอะ มาร์คจึงต้องพยายามขยายช่องทางแคบออกให้ได้มากที่สุดและช่วยเล้าโลมน้องให้เคลิ้มไปกับสัมผัสของตัวเอง เมื่อเห็นว่าน้องพร้อมสำหรับการสอดใส่แล้วมาร์คจึงถอนนิ้วออกแล้วรีบหยิบถุงยางมาสวมโดยรวดเร็ว
“เจ็บนิดนึงนะครับ”
อ้อนแขนทั้งสองข้างโอบรอบแผ่นหลังบางจนร่างเล็กแทบจะจมหายเข้าไปในอก ความอึดอัดที่พยายามแทรกเข้ามาภายในกายทำให้ดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มเบิกกว้างขึ้นมาเพราะความรู้สึกเจ็บแปล๊บแม้ว่าจะพอทนไหวแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาอยู่ดี แบมแบมกัดปากแน่นจนเลือดซึมก่อนที่คนที่อยู่ด้านบนจนใช้ปลายนิ้วดันคางมนลงแล้วประกบริมฝีปากลงไปแทน
“อื้อ อึ่ก”
ลิ้นร้อนชื้นไล้เลียเนื้อนุ่มนิ่มเพื่อดูดซับรสชาติหอมหวานจากน้องชายตัวน้อย มือข้างหนึ่งไล้ลงไปตามลำตัวผอมเพรียวแล้วไปหยุดที่แก่นกายเล็กซึ่งเสียดสีกับหน้าท้องเป็นลอนของมาร์ค การที่ถูกสัมผัสส่วนอ่อนไหวและจูบที่แทบจะพรากลมหายใจเริ่มทำให้แบมแบมผ่อนคลายลงจนท้ายที่สุดแล้วท่อนเนื้อของมาร์คก็เข้าไปได้จนสุด
“อื้ม พี่จะขยับนะครับ”
“อ่ะ อ่า”
มาร์คพรมจูบทั่วใบหน้าอ่อนหวาน สูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้องจนเต็มปอดราวกับคนที่กำลังมัวเมา ร่างกายส่วนล่างเริ่มขยับเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบเพื่อให้น้องปรับตัวกับสิ่งแปลกปลอมให้ได้ก่อน อาการเสียววูบวาบที่ท้องน้อยทำเอาคนตัวเล็กนอนไม่ติดที่หากไม่มีร่างสูงใหญ่กั้นไว้ล่ะก็แบมแบมคงได้ดิ้นหนีแน่ ๆ
“อ๊ะ พอ ฮึก พี่ อ่ะ!”
“ไม่ อ๊า ไม่พอ”
มาขอให้หยุดหรือพอตอนนี้มันไม่ทันแล้ว เครื่องเขาติดไฟจนแทบจะไหม้อยู่ร่อมร่อนี่ก็พยายามหักห้ามใจที่สุด มาร์คใช้ริมฝีปากแล้วฝ่ามือสัมผัสทุกส่วนในร่างกายของคนตัวเล็ก ส่วนเอวสอบก็ขยับเข้าออกเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น ถ้าหากเอาปรอทมาวัดอุณภูมิเขาตอนนี้คงขึ้นสูงทะลุสเกลแน่นอน
“อึ่ก อื้อ อ๊ะ!”
ปลายนิ้วทั้งสิบจิกลงกับกล้ามเนื้อต้นแขนที่เกร็งจนเห็นเส้นเลือด ใบหน้าชื้นเหงื่อเงยขึ้นเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอดลึก ๆ จนแผงอกสะท้อนขึ้นลง แม้แต่เสียงครางที่เล็ดลอดออกมายังสั่นจนแทบไม่เป็นจังหวะ
“อื้ม อ่า”
ร่างเล็กเกร็งกระตุกเบา ๆ เมื่อความอึดอัดในร่างกายถูกปลดปล่อยออกมาจากส่วนปลายเป็นครั้งที่ 2 เป็นผลให้ช่องทางอ่อนนุ่มโอบรัดตัวตนของมาร์คจนเสร็จไปพร้อม ๆ กัน ใบหน้าหล่อเหลาที่มีหยาดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าซบลงตรงซอกคอขาวพลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“พี่รักนาย รักมากที่สุด”
คำบอกรักที่ไม่มีที่มาที่ไปดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันและแบมแบมก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปกันใหญ่ ริมฝีปากเล็กยกยิ้มจางก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะโยกขึ้นโอบรอบไหล่กว้างด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน
“น้องก็รักพี่ชายเหมือนกันจ้ะ รักมากที่สุด”
ความสุขที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันมากเพียงพอที่จะทำให้เราทั้งสองคนพร้อมที่จะจับมือก้าวผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปด้วยกัน
- มีต่อที่หน้าเว็บนะคะ -